หูอื้อ อาการเล็กน้อยที่ส่งสัญญาณเตือนอย่างไม่ควรมองข้าม

ประสาทของคนเรา นั้น คือ การได้ยิน ได้มอง ได้สัมผัส สำหรับการได้ยินนั้น ใช้อวัยวะอย่าง “หู” ของเราเป็นส่วนทำหน้าที่นั้น แต่หากจู่ ๆ เกิดอาการไม่ได้ยิน หรือมีบางครั้งที่หูอื้อ หูดับนั้น หลายคนอาจมองข้ามว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ปล่อยไว้ซักพักก็หายไปเอง แต่ อาการหูอื้อ บ่อยครั้ง มักเป็นสัญญาณเตือนถึงอันตรายต่อร่างกายได้อีกทางหนึ่ง ที่ควรระวังไว้ให้มาก ดังนั้นควรหาทางรีบแก้ไขให้เร็วที่สุด หรือหากไม่ดีขึ้นควรรีบไปพบแพทย์จะดีกว่าด้วย สำหรับ อาการหูอื้อ อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงโรคที่จะตามมาได้หลายอย่าง ดังนี้

1. โรคประสาทหูเสื่อม

อาการประสาทหูเสื่อมนั้นมักเกิดขึ้นในผู้สูงอายุ แต่สำหรับปัจจุบันมีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 30-45 ปี เพราะด้วยสภาพแวดล้อม หรืออาจเกิดขึ้นได้จากการบาดเจ็บที่กระทบกระเทือนในช่วงศีรษะและลำคอ เป็นสาเหตุได้เช่นกัน ดังนั้นหากรู้สึกว่าหูอื้อ หรือหูดับ ไม่ค่อยได้ยินเสียง หรือแม้แต่มีมีอาการได้ยินเสียงวี๊ดในหู นานมากว่า 1-2 สัปดาห์ และแก้ไขเบื้องต้นไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วดีที่สุด

2. โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

ส่วนใหญ่นอกจากจะ หูอื้อ มักมีอาการวิงเวียนศีรษะร่วมด้วย มักพบในกลุ่มคนที่มีอายุ 30-60 ปี มักเรียกว่า โรคเมเนียร์ (Meniers’s disease) เกิดจากแรงดันน้ำในหูมีมากเกินไป ซึ่งอาการเริ่มแรกจะเกิดจากมีอาการหูอื้อแบบเป็นๆ หายๆ หรือมีอาการได้ยินเสียงหึ่ง เสียงลม หรือเสียงที่คล้ายเสียจักจั่นร้องดังอยู่ในหู หากมีอาการหนักอาจถึงขั้นนอนไม่หลับทีเดียว วิธีแก้ไขคือ แพทย์จะสั่งยาที่ช่วยในเรื่องลดบวมและการคั่งของน้ำในหูชั้นใน และยาลดอาการวิงเวียนศีรษะด้วย

3. โรคที่เกิดจากการติดเชื้อในช่องหู หรือหูอักเสบ

เกิดจากมี น้ำเข้าไปในหู มักจะมีอาการปวดหู เจ็บหู และหูอื้อ หลังจากมีน้ำเข้าไป ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นหลังจากว่ายน้ำ หลายคนมักเข้าใจว่าแค่เพียงแคะหู หรือเขี่ยออกก็จะทำให้หายไป แต่ความจริงแล้วยิ่งพยายามแคะหูมากเท่าไหร่จะยิ่งทำให้ไขมันที่เคลือบอยู่ในผิวหนังบริเวณชั้นรูหูเสียไปมากเท่านั้น จากเริ่มต้นแค่เพียง หูอื้อ อาจทำให้เกิดรอยแผลและ อาการอักเสบในชั้นรูหู ได้

อย่างไรก็ตาม อาการหูอื้อ เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นสาเหตุไปสู่โรคอื่นที่อันตรายมากขึ้น โดยปกติแล้วเรามักจะหายจากอาการหูอื้อได้เอง หรือใช้วิธีบีบจมูกกลั้นหายใจ 2-3 วินาที หรือกลืนน้ำลายก็ช่วยในเบื้องต้นได้ แต่ถ้าหากเป็นอยู่บ่อยครั้งอย่างไม่ทราบสาเหตุ ควรรีบไปพบแพทย์ดีที่สุด